20 มิ.ย. 2559

เตรียมความพร้อมก่อนเรียนรู้

ศัพท์พื้นฐาน Forex 


#Leverage 
คือความสามารถในการเทรดได้เพิ่มขึ้น ในขณะที่มีความเสี่ยงของเงินทุนต่ำกว่ามาก

ตัวอย่างเช่น
เพื่อน ๆ มี $1,000 เป็น Free margin เพื่อน ๆ จะมีความสามารถเปิด Position ได้ถึงที่ $100,000
เพื่อน ๆ เพิ่มความสามารถในการเทรด เป็น 100 เท่าของ margin Leverage 1:100

เพื่อน ๆ มี $1,000 เป็น Free margin เพื่อน ๆ จะมีความสามารถเปิด Position ได้ถึงที่ $200,000
เพื่อน ๆ เพิ่มความสามารถในการเทรดเป็น 200 เท่าของ margin  Leverage 1:200

การเพิ่มขึ้นของความสามารถในการเทรด ทั้งกำไรและขาดทุนก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

Leverage ทำให้เราเทรด Forex ได้ง่ายขึ้นไม่ต้องลงเงินเป็นแสน เป็นล้านเหรียญ

เริ่มต้นเพียง $1,000 - $2,000 ก็เทรดได้แล้ว

#Spread 
คือ ความแตกต่างระหว่างราคา Ask / Bid

ตัวอย่างเช่น ถ้าเราอ่านค่า Bid/Ask ของ EURUSD ได้ดังนี้
Bid =1.3200 / Ask = 1.3203, Spread แตกต่างกัน ระหว่าง 1.3200 และ 1.3203 = 3 pips
การที่จะ BreakEven (เท่าทุน) ราคาต้องเคลื่อนที่ = Spread = 3 pips

การเสนอราคาซื้อ และ การเสนอราคาขาย (Bid/Ask) 
ราคาเสนอซื้อ => เป็นราคาที่ตลาด (Broker) จะซื้อคู่สกุลเงินนั้นจากคุณ ดังนั้น เทรดเดอร์สามารถ
ขายสกุลเงินหลักของพวกเขาให้กับโบรกเกอร์ ณ ราคาเสนอซื้อ

ราคาเสนอขาย => เป็นราคาที่ตลาด (Broker) จะขายคู่สกุลเงินนั้นให้คุณ
ดังนั้น เทรดเดอร์สามารถซื้อสกุลเงินหลักของพวกเขา จากโบรกเกอร์ ณ ราคาเสนอขาย

Spread ของคู่สกุลเงินแตกต่างกันตามโบรกเกอร์ และราคาที่แตกต่าง ระหว่างการเสนอราคาซื้อ
และการเสนอราคาขาย

เพื่อน ๆ สามารถเลือก Broker ที่มี Fix spread หรือไม่ Fix ก็ได้
กรณี ไม่ Fix spread เพื่อน ๆ ต้องระวังความผันผวนของราคาในช่วงมีข่าวแรง ไม่ควรเข้าเทรดโดยเด็ดขาด



#Margin 
คือ หลักประกันที่จำเป็นในการเปิด หรือรักษา position

Free margin & Used margin;
#Used margin
เป็นจำนวนเงินซึ่งจะถูกใช้ในการรักษา position ที่เปิด

#Free margin เป็นจำนวนเงินพร้อม ที่จะเปิด position ใหม่

เราสามารถซื้อหรือขาย position มูลค่าได้ถึง ประมาณ $ 100,000 ในกรณีที่เรามียอด Margin
คงเหลือในบัญชีของเรา = $ 1,000

และสมมุติว่าต้องใช้ margin 1% ในการเปิด position เราเรียกสิ่งนี้ว่า Leverage 100:1
(สามารถเปิด position ได้ถึง 100 เท่าของมูลค่า Margin คงเหลือในบัญชี)

หากบัญชีของเพื่อน ๆ ต่ำกว่าจำนวนเงินขั้นต่ำที่จำเป็นในการรักษา position ที่เปิด 

เพื่อน ๆ จะได้รับ "margin call" ซึ่งเราต้องเพิ่มเงินเข้าสู่บัญชีของเรา หรือ ต้องปิด position ที่เปิดไว้ก่อนหน้า

โบรกเกอร์ส่วนใหญ่จะปิด position ให้โดยอัตโนมัติ เมื่อยอดเงินของยอดบัญชี ลดลงต่ำกว่า

จำนวนเงินที่จำเป็น เพื่อให้ position ยังเปิดอยู่

จำนวนเงินที่ต้องรักษา position ที่เปิดนี้ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์แต่ละเจ้า และอาจจะเป็น 50% 

ของ margin เดิม ที่จำเป็นในการเปิดการเทรด

สิ่งที่เพื่อน ๆ ทำได้ง่าย ๆ เลยก็คือ พยายามให้ Free margin สูง ๆ เข้าไว้ เพื่อน ๆ ก็จะไม่โดนปิด 

order ที่เปิดไว้ก่อนหน้านี้


#Cross rate 
=> อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างสองสกุลเงิน ซึ่งทั้งสองไม่ได้เป็นสกุลเงิน อย่างเป็นทางการ

ของประเทศที่อ้างถึงอัตราแลกเปลี่ยน

ในบางครั้งยังใช้เพื่ออ้างถึงสกุลเงิน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยไม่คำนึงถึงประเทศ

ที่อ้างอิง

ตัวอย่าง เช่น ถ้าอัตราแลกเปลี่ยนระหว่าง เงินปอนด์และเงินเยนของญี่ปุ่นถูกยกมาในหนังสือพิมพ์

อเมริกันนี้ จะได้รับการพิจารณาเป็น Cross rate ในบริบทนี้ เพราะค่าเงินปอนด์หรือเงินเยน 
ไม่ได้เป็นสกุลเงินมาตรฐานของสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม หากอัตราแลกเปลี่ยนระหว่าง เงินปอนด์และเงินดอลลาร์สหรัฐ ถูกอ้างถึงในหนังสือพิมพ์เล่มเดียวกัน มันจะไม่ได้รับการพิจารณาเป็น Cross rateเพราะอ้างอิงเกี่ยวข้องกับสกุลเงินสหรัฐ


#Excange Rate
=> ค่าของสกุลเงินหนึ่งที่แสดงเทียบกับของสกุลเงินอื่น

ตัวอย่างเช่น ถ้า EUR / USD เป็น 1.3200 หมายความว่า 1 ยูโรมีมูลค่า 1.3200 ดอลล่าห์สหรัฐ


#Lot size 
=> ขนาดของสัญญา หรือ order ที่ทำการเปิดแต่ละครั้ง

สูตรในการคำนวณ 
Lot size = (ฺBalance * %Risk)/ (SL pips * pip value)

ตัวอย่างเช่น
Balance = $10,000
%Risk = 3%
pip value = 10
SL size = 30 pips

Lot size = ($10,000 * 3%) / ( 30 pips * 10) = $300/300 = 1 Lot


#StopLoss 
=> จุดออกในกรณีที่เราแพ้การเทรด กำหนดขนาด SL ที่เหมาะสมจากกลยุทธของเพื่อน ๆ 

#TakeProfit 
=> จุดออกในกรณีที่เราชนะการเทรด กำหนดขนาด TP ที่เหมาะสมจากกลยุทธของเพื่อน ๆ

ก่อนการเข้าเทรดทุกครั้ง เพื่อนๆ ควรกำหนด SL,TP ด้วย

เมื่อเข้าเทรดแล้ว เพือน ๆ ไม่ควรเลื่อน หรือเปลี่ยน SL,TP เพราะการกระทำเช่นนั้นมีผลเสีย

ต่อจิตวิทยาการเทรด และวินัยของเพื่อน ๆ เอง

Source: Nial Fuller
Edited by: นึก ‪#‎traderathome‬
Youtube : https://goo.gl/ZHVliJ

1 ในปัญหายอดฮิตของเทรดเดอร์ "ชั้นจะจัดการกับความโลภยังไงดี"

ช่วงเริ่มต้นหัดเทรดใหม่ ๆ ผมเองชัดเจนมากในเรื่องความโลภ

1.ราคาวิ่งมาใกล้ TP ก็เลื่อนหนีไปอีก
2.เลยจุดเข้า ก็ไม่อยากตกรถกระโดดตาม
3.มีเงิน 3,000 อยากได้อีก 3,000 ใน 1 เดือน
4.เทรดคนเดียวไม่พอ หา EA มาช่วยเทรดอีก
=======================================================

ผลของความโลภที่ผมรวบรวมไว้้
1. เลื่อน TP = ทิ้งกำไร
2. กระโดดตาม = เจ็บตัวทุกที
3. อยากได้ 100%/เดือน = หมามองเงากระดูก
4. หา EA ช่วยเทรด = แบ่งเงินให้ EA ช่วยใช้และอื่น ๆ อีกมากมาย
=======================================================












" เงินในตลาด Forex มีเพียงพอสำหรับ Trader ทั้งโลก แต่มีไม่เพียงพอ 
หล่อเลี้ยงเทรดเดอร์ที่โลภเพียงคนเดียว"


เพื่อน ๆ มีเรื่องราวเกี่ยวกับความโลภที่น่าสนใจ และเป็นประโยชน์ สามารถแบ่งปันให้กับพวกเราได้
ใต้ comment นี้เลยน่ะครับ

16 มิ.ย. 2559

ทำไมต้อง 10,000 ชม.


จากเรื่อง KUNGFU PANDA
เพื่อน ๆ สงสัยไหมว่าทำไมโป
จึงเป็นสุดยอดจอมยุทธที่เก่งกาจ??
--------------------------------------------------
1. การค้นพบตัวตนที่แท้จริง
+ ความเชื่อมั่นในตนเอง
2. การฝึกฝนอย่างเป็นระบบ มีเป้าหมาย
3. การมี Coach ให้คำแนะนำ ชี้ทางสว่าง
(ผู้เฒ่าอูเกว + อาจารย์ชิฟู + เตี่ยของโป)
-------------------------------------------------
ผมเคยสงสัยว่าทำไมต้อง 10,000 ชม.
แต่ความจริงก็คือ .....
"วิธีการที่ใช้ในการฝึกต่างหาก
ที่สำคัญ....ไม่ใช่จำนวนชั่วโมง"
คนทั่วไปคิดว่าการทำซ้ำ ๆ คือการฝึกแล้ว
A> Naive Practice
แต่การฝึกฝนที่ดีต้องมีเรื่องพวกนี้ด้วย
B> Purposeful Practice
1.Specific goal
2.Focus
3.Feedback
4.Out of comfort zone
ทางที่เพื่อน ๆ เลือกเป็นทางที่ดีที่สุด
ในการถึงเป้าหมายหรือเปล่า??
.
.
.
ถ้ายังไม่ใช่ มาทำความรู้จักกันไว้ดีกว่า
C> Deliberate Practice
1.มาตราฐานเทรดเดอร์ที่ดีของเราคืออะไร
คุณสมบัติของเทรดเดอร์ที่เก่งเป็นยังไง
2.มองหา Coach ที่สามารถ Guide ได้
โดยไม่ต้องลองผิดลองถูก ฝึกเอง (Naive...)
*****สรุปง่าย ๆ ก็คือ*****
กฎ 10,000 ชั่วโมงของเทรดเดอร์
....มันไม่ตายตัวหรอก
ทีสำคัญคือ เพื่อน ๆ ต้องฝึกฝนแบบ
"มีเป้าหมาย" หรือ
ดีกว่านั้นก็ต้องฝึกแบบ
"มี Coach" นั่นเอง
ปล. เพจนี้ ความรู้ดี ๆ สำหรับเพื่อน ๆ
ก็คือการฝึกฝนแบบ (Purposeful)
สำหรับผมนั่นเอง
---------------------------------------
แล้วเพื่อน ๆ ล่ะครับ
มีการฝึกในรูปแบบไหนกันบ้าง??

นึก ‪#‎traderathome‬
Youtube : https://goo.gl/ZHVliJ

เทรด Candle (ไม่) ต้องจำแพทเทิร์นเยอะ


ปวดหัว ไม่อยากจำ ทำไมเยอะจัง เพื่อน ๆ เคยรู้สึกแบบนี้ไหม เวลาเจอ Candle Pattern
เมื่อตอนเริ่มหัดเทรดใหม่ ๆ ผมสะกิดใจมากกับเรื่องแท่งเทียน ผมนั่งท่องแทบทุก Pattern
ท่องไป ก็มึนไป ท่องไปท่องมาจำไม่ได้เลย 

1 ในข้อดี Candle ให้สัญญาณไวกว่า Indy ผมจึงเริ่มค้นหาศาสตร์แห่งแท่งเทียน ดู Video 
ใน Youtube อ่าน/ซื้อ Ebook ค้นหา Course ผมรวบรวมไอเดีย เอาเฉพาะที่สำคัญจริง ๆ 
ได้รายละเอียดประมาณรูปเหล่านี้ 


ทำความรู้จักส่วนประกอบของแท่งเทียน มีส่วนประกอบหลัก 3 ส่วนคือ...

Upper Shadow: ไส้เทียนด้านบน ระหว่างจุดสูงสุดของแท่ง และราคาปิด (bullish candle) 
หรือราคาเปิด (bearish candle)

Real Body: เนื้อเทียน ส่วนต่างของราคา ระหว่างราคาปิดกับราคาเปิด (ส่วนที่เป็นสีเขียวหรือแดง)


Lower Shadow: ไส้เทียนด้านล่าง ระหว่างจุดต่ำสุดของแท่ง และราคาเปิด (bullish candle) 

หรือราคาปิด (bearish candle)


แท่งเทียน 1 แท่ง สามารถแสดงออกถึงอารมณ์ของตลาดที่แตกต่างกันได้ ดูด้วยตาเปล่า
ก็ไม่แตกต่างกัน มืแรงซื้อเข้ามา หรือ แรงเทขายออกไป สามารถเห็นได้ชัดใน TF ที่เล็กลงไป
สรุป เราไม่ควรเทรดแท่งเทียนเพียงแท่งเดียว ควรเทรดเป็นกลุ่มของแท่งเทียน



อีกหนึ่งรูปแบบการกลับตัวของแท่งเทียนที่สำคัญ
พิจารณาเพียง 2 แท่ง ในบริเวณที่เป็น Key area , Checkpoints ต่าง ๆ
1.Bullish Key Reversal 
ราคาทะลุ Low แท่งก่อนหน้า
ราคาปิดของแท่งปัจจุบัน สูงกว่า
ราคาเปิดและปิดของแท่งก่อนหน้า

2.Bearish Key Reversal
ราคาทะลุ High แท่งก่อนหน้า
ราคาปิดของแท่งปัจจุบัน ต่ำกว่า
ราคาเปิดและปิดของแท่งก่อนหน้า
แท่งที่ใหญ่กว่า ชนะแท่งเล็กว่า ราคาเคลื่อนที่ไปในทิศทางของแท่งที่ชนะ 

ใช้ได้ดีใน TF ใหญ่


อีกหนึ่งรูปแบบการกลับตัวของแท่งเทียนที่สำคัญ (Pinbar + Overlap)

พิจารณาเพียง 2 แท่ง ในบริเวณที่เป็น Key area , Checkpoints ต่าง ๆ
1.Bullish Pin bar
ราคาทะลุ Low แท่งก่อนหน้า
ราคาปิดของ Pin bar สูงกว่าราคาปิดแท่งก่อนหน้า

2.Bearish Pin bar
ราคาทะลุ High แท่งก่อนหน้า
ราคาปิดของ Pin bar ต่ำกว่าราคาปิดแท่งก่อนหน้า 

ใช้ได้ดีใน TF ใหญ่ (H4,D1)


อีกหนึ่งรูปแบบการกลับตัวของแท่งเทียนที่สำคัญ (Fractal + Vshape)

พิจารณาไม่เกิน 5 แท่ง ในบริเวณที่เป็น Key area , Checkpoints ต่าง ๆ
1.Bullish Vshape
(พิจารณาตอนแท่งปัจจุบันปิดแท่ง)
a.เกิด Swing Low Fractal
b.ราคาปิดของแท่งที่ 4 (แท่งปัจจุบัน)
สูงกว่าราคาเปิดของแท่งที่ 2
c.กรณีไม่เป็นตาม b. , ราคาปิดของแท่งที่ 5
(แท่งปัจจุบัน) สูงกว่าราคาเปิดของแท่งที่ 1

2.Bearish Vshape

(พิจารณาตอนแท่งปัจจุบันปิดแท่ง)
a.เกิด Swing High Fractal
b.ราคาปิดของแท่งที่ 4 (แท่งปัจจุบัน)
ต่ำกว่าราคาเปิดของแท่งที่ 2
c.กรณีไม่เป็นตาม b , ราคาปิดของแท่งที่ 5
(แท่งปัจจุบัน) ต่ำกว่าราคาเปิดของแท่งที่ 1

จินตนาการให้เหมือนตาชั่ง
ด้านไหนชนะ ด้านนั่นก็มีน้ำหนักมากว่า ราคาก็เคลื่อนไปยังทิศทางนั้น
ด้านไหนแพ้ ด้านนั้นก็มีน้ำหนักน้อยกว่า ราคาก็เคลื่อนไปยังทิศทางตรงข้าม



อีกหนึ่งรูปแบบการกลับตัวของแท่งเทียนที่สำคัญ (Fractal + Winning candle)

พิจารณาเพียง 2 แท่ง ในบริเวณที่เป็น Key area , Checkpoints ต่าง ๆ

1.Bullish Winning candle

(พิจารณาตอนแท่งปัจจุบันปิดแท่ง)
a.เกิด Swing Low Fractal
b.ราคาปิดของแท่งที่ 2 (แท่งปัจจุบัน)
สูงกว่าราคาสูงสุดของแท่งที่ 1

2.Bearish Winning candle
(พิจารณาตอนแท่งปัจจุบันปิดแท่ง)
a.เกิด Swing High Fractal
b.ราคาปิดของแท่งที่ 2 (แท่งปัจจุบัน)
ต่ำกว่าราคาต่ำสุดของแท่งที่ 1
ขอให้้เพื่อน ๆ เรียนรู้ ทดลอง ก่อนนำไปใช้งานจริง 
ผมหวังว่าเพื่อน ๆ จะสามารถเทรด โดยใช้แท่งเทียนได้ง่ายขึ้นน่ะครับ


เทรดให้ได้ดี ต้องมีเทรนด์


Trend นั้นสำคัญไฉน ?? ไยฉันต้องเทรดตามเทรน

ช่วงนี้สนุกสนานกับการทำ Video แบ่งปันความรู้ให้เพื่อนๆใน Group "Trading Concern"
ในกิจกรรม 7 Videos ก่อนหน้านี้ 
มีเพื่อน ๆ หลาย ๆ คนถามมาหลังไมค์ว่า การค้นหาเทรนที่ผมใช้อยู่ทำยังไง 
จริง ๆ แล้วเรื่องการหาเทรน หรือ แนวโน้ม ผมคิดว่าเพื่อน ๆ น่าจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว
วันนี้ผมจะแชร์มุมมอง วิธีการในการค้นหาเทรนที่ผมใช้ในการเทรดปัจจุบันของผม 

ผมเน้นน่ะครับว่า เป็นสไตล์ของผมเท่านั้น ถ้าเอาทฤษฎี หรือหลักการมาคิด อาจไม่ถูกต้องนัก
แล้วเทรดตามเทรนมันมีข้อดียังไง แล้วผมจะใช้วิธีการไหนในการค้นหาเทรน 
แล้วมันจะมีประโยชน์กับเพื่อน ๆ ไหม ลองตามมาดูกันที่

8 มิ.ย. 2559


"Trade Forex โคตรเสี่ยง เสี่ยงโคตรเลยน่ะโว้ย" เรามักเคยได้ยินประโยคดังกล่าว มาจากเพื่อนๆ 
& คนรู้จัก ก่อนอื่นต้องถามก่อนว่าคนที่พูดนั้น เคยเทรด Forex หรือไม่ 
ถ้าเคย เค้าประสบความสำเร็จ หรือ ล้มเหลว?? เป็นความเข้าใจผิดอย่างมาก หากเพื่อนๆ 
ต้องวิ่งหนีความเสี่ยง จะดีกว่าไหม ถ้าเพื่อน ๆ ทำความรู้จักกับมันก่อน 
ในตลาดเงิน ตลาดทุนทุกที่ล้วนเต็มไปด้วยความเสี่ยง (ถ้าเพื่อน ๆ ไม่มีความรู้)

ตอนผมเริ่มหัดเทรดใหม่ ๆ ผมถามตัวเองว่า?? จะมีวิธีจัดการกับความเสี่ยงเหล่านี้ยังไง ถ้าไม่รู้วิธี 
ผมก็จะไม่เทรด 
การจัดการความเสี่ยง ไม่ใช่การทำให้ความเสี่ยงหายไป เพื่อน ๆ แค่รู้ว่าต้องทำอะไรกับมันเท่านั้น
แล้วความเสี่ยงคืออะไร ???? จะจัดการมันยังไง ???? เริ่มต้นหาความรู้กันเลยดีกว่า

เมื่อรู้แล้ว.... ความเสี่ยงก็ไม่น่ากลัวอีกต่อไป

การเทรดต่างจากการลงทุน อย่างไร?


เทรดได้กำไรปีละ 100% เป็นเรื่องปกติของเทรดเดอร์มืออาชีพ เพราะมันไม่ใช่การลงทุน 
การลงทุนได้ปีละ 20-30% ก็โอแล้ว
.
เทรดเดอร์ VS นักลงทุน ?
การเทรดคือการตกปลา บางครั้งก็ได้ปลามาก บางครั้งก็ได้ปลาน้อย แล้วแต่สภาพดินฟ้าอากาศ
(สภาพตลาด)
การลงทุนคือการขุดบ่อลี้ยงปลา แรกๆ ก็เสียค่าขุดบ่อไปเยอะ ปลาก็อาจจะตัวเล็กหน่อย 
แต่พอนานๆ เข้า ปลาออกลูก ก็ได้ปลาเยอะขึ้น แต่ก็มีบางคนที่นอกจากตกปลาไม่เก่งแล้ว 
ยังขุดบ่อเลี้ยงปลาไม่เป็นอีกด้วย 

เราจึงอยากชวนให้เพื่อนๆ หาความรู้ในการเทรด การลงทุนไว้เยอะๆ การเทรดได้กำไรมากกว่า
การลงทุน เพราะต้องลงแรง และเวลาในการเทรดด้วย (การลงทุน นานๆ เปิด order ที ) 
แต่ไม่ต้องเถียงกันน่ะครับว่าการเทรด หรือการลงทุนดีกว่า

ทั้ง 2 อย่างต้องเริ่มพิจารณาว่า ตัวเราเหมาะกับแบบไหนมากกว่ากัน ชอบความตื่นเต้น 
ออกแรงมากหน่อย ก็เลือกการเทรด ชอบแบบปลอดภัยถือยาว ไม่เหนื่อยมาก ก็เลือกการลงทุน 
แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับชอบแบบไหนกัน?

นึก ‪#‎traderathome‬